เช่าคอนโด ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
เพื่อให้การเช่าคอนโดเป็นไปอย่างราบรื่นและสบายใจ ขอแนะนำขั้นตอนการเตรียมตัว ดังนี้
1. การเตรียมตัวเบื้องต้นและกำหนดความต้องการ (Initial Preparation and Defining Needs)
- กำหนดงบประมาณ (Budget):
- ค่าเช่ารายเดือน: ตั้งงบที่คุณสามารถจ่ายได้จริงในแต่ละเดือน
- เงินประกัน (Security Deposit): โดยทั่วไปมักจะเรียกเก็บเท่ากับค่าเช่า 2 เดือน (เงินส่วนนี้จะได้คืนเมื่อสิ้นสุดสัญญาและห้องอยู่ในสภาพเรียบร้อยตามเงื่อนไข)
- ค่าเช่าล่วงหน้า (Advance Rent): โดยทั่วไปมักจะเรียกเก็บ 1 เดือน (เป็นค่าเช่าของเดือนแรกที่เข้าอยู่)
- รวมเงินก้อนแรกที่ต้องจ่าย: เงินประกัน + ค่าเช่าล่วงหน้า (เช่น ถ้าค่าเช่า 10,000 บาท/เดือน อาจต้องเตรียมเงินก้อนแรกประมาณ 30,000 บาท)
- ค่าสาธารณูปโภครายเดือน: ค่าน้ำ, ค่าไฟฟ้า (อัตราตามการไฟฟ้านครหลวง/ส่วนภูมิภาค หรือบางคอนโดอาจมีอัตราของนิติบุคคล), ค่าอินเทอร์เน็ต, ค่าเคเบิลทีวี (ถ้ามี)
- ค่าส่วนกลาง (Common Area Maintenance Fee): สอบถามให้ชัดเจนว่ารวมอยู่ในค่าเช่ารายเดือนแล้วหรือไม่ หรือผู้เช่าต้องจ่ายแยก (ส่วนใหญ่คอนโดให้เช่ามักจะรวมค่าส่วนกลางไว้ในค่าเช่าแล้ว แต่ควรยืนยัน)
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: เช่น ค่าที่จอดรถ (ถ้าไม่รวมในค่าเช่า), ค่าขนย้าย
- กำหนดทำเลที่ตั้ง (Location):
- ความสะดวกในการเดินทางไปทำงานหรือสถานศึกษา
- ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ (BTS, MRT, รถประจำทาง)
- สิ่งอำนวยความสะดวกในบริเวณใกล้เคียง (ร้านอาหาร, ร้านสะดวกซื้อ, ซูเปอร์มาร์เก็ต, โรงพยาบาล, ห้างสรรพสินค้า)
- ความปลอดภัยของสภาพแวดล้อม
- กำหนดขนาดและประเภทห้อง (Size and Type of Unit):
- สตูดิโอ (Studio), 1 ห้องนอน (1 Bedroom), 2 ห้องนอน (2 Bedrooms) หรือมากกว่า
- พื้นที่ใช้สอยที่ต้องการ (ตารางเมตร)
- การตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์: ห้องเปล่า, มีเฟอร์นิเจอร์บางส่วน (Partially Furnished), หรือตกแต่งพร้อมอยู่ (Fully Furnished)
- กำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในคอนโด (Condominium Amenities):
- สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ห้องสมุด, Co-working space
- ที่จอดรถ (เพียงพอหรือไม่, มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่)
- ระบบรักษาความปลอดภัย (กล้องวงจรปิด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบคีย์การ์ด)
- ระยะเวลาสัญญาเช่า (Lease Duration):
- โดยทั่วไปสัญญาเช่าคอนโดในประเทศไทยมักมีระยะเวลา 1 ปี
- หากต้องการระยะสั้นกว่าหรือยาวกว่า ควรแจ้งผู้ให้เช่าเพื่อตกลงกัน
2. การค้นหาและเข้าชมห้องชุด (Searching and Viewing Condos)
- ช่องทางการค้นหา:
- เว็บไซต์พอร์ทัลอสังหาริมทรัพย์ (เช่น DDproperty, Hipflat, PropertyScout, LivingInsider เป็นต้น)
- นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Agents)
- กลุ่มประกาศให้เช่าในโซเชียลมีเดีย (เช่น Facebook Groups)
- สอบถามจากคนรู้จักหรือเพื่อนร่วมงาน
- การนัดหมายและเข้าชมห้อง:
- สภาพห้อง:
- ตรวจสอบความสะอาดและการบำรุงรักษาโดยรวม
- หากเป็นห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ตรวจสอบสภาพเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (แอร์, ตู้เย็น, เครื่องทำน้ำอุ่น, ทีวี, ไมโครเวฟ ฯลฯ) ว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่
- ตรวจสอบระบบประปา (ก๊อกน้ำ, ฝักบัว, ชักโครก) ว่ามีน้ำรั่วซึมหรือไม่
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้า (ปลั๊กไฟ, สวิตช์ไฟ, หลอดไฟ)
- ทิศทางของห้อง: ทิศที่แดดส่อง (อาจร้อนในช่วงบ่าย), ทิศทางลม, วิวจากห้อง
- ความปลอดภัยของอาคาร: สังเกตการณ์ทำงานของ รปภ., ระบบคีย์การ์ดเข้า-ออกอาคารและลิฟต์
- สอบถามข้อมูลจากผู้ให้เช่า/นายหน้า:
- รายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดอีกครั้ง (ค่าเช่า, เงินประกัน, ค่าเช่าล่วงหน้า, ค่าน้ำค่าไฟคิดอย่างไร)
- กฎระเบียบของอาคารชุด (เช่น การเลี้ยงสัตว์, การใช้พื้นที่ส่วนกลาง, การทิ้งขยะ, การส่งเสียง)
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าซ่อมแซมต่างๆ หากเกิดความเสียหาย
- ขั้นตอนการแจ้งซ่อม
- สภาพห้อง:
3. การทำสัญญาเช่า (Lease Agreement)
- อ่านสัญญาเช่าอย่างละเอียดถี่ถ้วน: ก่อนลงนาม ควรทำความเข้าใจทุกข้อความในสัญญา หากไม่แน่ใจควรสอบถามหรือปรึกษาผู้รู้
- ข้อมูลสำคัญในสัญญา:
- ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน/เลขหนังสือเดินทาง ของผู้เช่าและผู้ให้เช่า
- รายละเอียดของห้องชุดที่เช่า (เลขที่ห้อง, ชั้น, อาคาร, ชื่อคอนโด, ที่ตั้ง)
- ระยะเวลาของสัญญาเช่า (วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุด)
- อัตราค่าเช่าต่อเดือน, วันครบกำหนดชำระค่าเช่า, และวิธีการชำระเงิน
- รายละเอียดเงินประกัน (จำนวนเงิน, เงื่อนไขการยึดเงินประกัน, และเงื่อนไขการคืนเงินประกัน)
- ความรับผิดชอบในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมทรัพย์สิน (อะไรเป็นของผู้เช่า, อะไรเป็นของผู้ให้เช่า)
- กฎระเบียบการอยู่อาศัย (เช่น การห้ามเลี้ยงสัตว์, การห้ามส่งเสียงดังรบกวน, การห้ามดัดแปลงห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต)
- เงื่อนไขการต่อสัญญา และเงื่อนไขการบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด (ถ้ามี และค่าปรับกรณีผิดสัญญา)
- ลายมือชื่อผู้เช่า ผู้ให้เช่า และพยาน (ถ้ามี)
- ข้อมูลสำคัญในสัญญา:
- เอกสารประกอบสัญญา (โดยทั่วไป):
- ผู้เช่า: สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (สำหรับคนไทย) หรือสำเนาหนังสือเดินทางและวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ (สำหรับชาวต่างชาติ) บางกรณีผู้ให้เช่าอาจขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองการทำงาน เพื่อพิจารณาความสามารถในการชำระค่าเช่า
- ผู้ให้เช่า (เพื่อความมั่นใจของผู้เช่า สามารถขอตรวจสอบได้): สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ให้เช่า, และสำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของที่แท้จริง
- การลงนาม: เมื่อเข้าใจและยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดแล้ว จึงลงนามในสัญญา ทั้งสองฝ่ายควรเก็บสัญญาไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
4. การเตรียมตัวก่อนย้ายเข้า (Preparing to Move In)
- การตรวจสอบห้องชุดอย่างละเอียดก่อนรับมอบ (Detailed Inspection):
- ควรนัดวันกับผู้ให้เช่าหรือนายหน้าเพื่อตรวจสอบสภาพห้องร่วมกันอีกครั้งก่อนรับมอบกุญแจ
- ทำรายการตรวจสอบสภาพทรัพย์สิน (Inventory Checklist): จดบันทึกสภาพของผนัง, พื้น, เพดาน, ประตู, หน้าต่าง, เฟอร์นิเจอร์, และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นที่มีให้ในห้อง
- ถ่ายรูปหรือวิดีโอ: ถ่ายรูปหรือวิดีโอสภาพห้องโดยรวม และโดยเฉพาะส่วนที่มีตำหนิหรือชำรุดอยู่แล้ว (ถ้ามี) เพื่อใช้เป็นหลักฐานป้องกันปัญหาโต้แย้งเรื่องเงินประกันเมื่อย้ายออก
- เอกสารรายการตรวจสอบนี้ควมีทั้งสองฝ่ายลงนามรับทราบ
- การชำระเงินก้อนแรก: ชำระเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้าตามจำนวนและวิธีการที่ตกลงกันในสัญญา
- การรับมอบกุญแจ: รับกุญแจห้อง, คีย์การ์ดเข้า-ออกอาคาร/ลิฟต์, กุญแจตู้จดหมาย
- ติดต่อเรื่องสาธารณูปโภค:
- ไฟฟ้าและประปา: สอบถามผู้ให้เช่าว่ามิเตอร์เป็นชื่อใคร และผู้เช่าต้องดำเนินการอย่างไร (เช่น แจ้งเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ หรือผู้ให้เช่าจะจัดการให้ และวิธีการชำระบิลในแต่ละเดือน)
- อินเทอร์เน็ตและเคเบิลทีวี: หากต้องการติดตั้ง โดยทั่วไปผู้เช่าจะต้องดำเนินการติดต่อผู้ให้บริการและสมัครด้วยตนเอง
5. การเข้าอยู่และระหว่างการเช่า (Moving In and During Tenancy)
- ทำความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎระเบียบของอาคารชุดอย่างเคร่งครัด
- ชำระค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภคให้ตรงตามกำหนดเวลา
- ดูแลรักษาห้องและทรัพย์สินภายในห้องให้อยู่ในสภาพดีเหมือนตอนรับมอบ
- แจ้งผู้ให้เช่าหรือนายหน้าทันทีหากมีปัญหาหรือความเสียหายที่จำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซม (ตามขอบเขตความรับผิดชอบที่ระบุในสัญญา)
- เก็บหลักฐานการชำระเงินค่าเช่าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไว้เสมอ
ข้อควรจำเพิ่มเติม:
- การสื่อสารที่ดี: รักษาการสื่อสารที่ดีกับผู้ให้เช่าหรือนายหน้า หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยใดๆ ควรพูดคุยกันด้วยเหตุผล
- การต่อสัญญา: หากต้องการเช่าต่อเมื่อใกล้หมดสัญญา ควรแจ้งผู้ให้เช่าล่วงหน้าตามระยะเวลาที่ระบุในสัญญา (ถ้ามี) หรืออย่างน้อย 1-2 เดือน
- การย้ายออก: เมื่อจะย้ายออก ควรแจ้งผู้ให้เช่าล่วงหน้าตามสัญญา ทำความสะอาดห้องให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย และนัดหมายเพื่อตรวจสอบห้องร่วมกันเพื่อดำเนินการเรื่องคืนเงินประกัน